อังคาร ต.ค. 24

ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ “เอฟซี ภูเก็ต”

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

           

           จังหวัดภูเก็ต หลายคนมองว่า มีดีเฉพาะด้านการท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบันกีฬาก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ สร้างความตื่นตัวไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬา การแข่งขันเรือใบคิงส์คัพ การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด และล่าสุดเมื่อ นายปรีชา เรืองจันทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้จุดประกายนำ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ ซูซูกิคัพ มาแข่งขันที่จังหวัดภูเก็ต ทำให้กระแสความชื่นชอบกลับเข้าสู่ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก จากนั้นก็ติดตามมาด้วย การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ และการแข่งขันฟุตบอลสี่เส้าสโมสรอาเซียน ทำให้นอกจากการได้รับการตอบรับจากประชาชนแล้ว ยังได้รับการตอบรับจากภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตด้วย พร้อมทั้งได้มีการสนับสนุนในการดำเนินทีมฟุตบอลของจังหวัดภูเก็ต เพื่อที่จะทำศึกฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 และเลือนอันดับตัวเองขึ้นในดิวิชั่น 1 และการแข่งขันในแม๊ตท์ต่างๆ ต่อไป

 

นายเอี่ยม ถาวรว่องวงศ์ ประธานสโมสรเอฟซี ภูเก็ต ได้กล่าวถึง ความเป็นมาของ สโมสรเอฟซี ภูเก็ต ว่า เริ่มต้นทางสมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ปีแรก เมื่อพ.ศ.2552  โดยใช้ชื่อ ภูเก็ต เอฟซี หรือ มังกรทะเลใต้  ทว่าผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ปิดฤดูกาลการแข่งขันด้วยรั้งอันดับรองสุดท้ายจากทั้งหมด 8 ทีม จึงได้มีการยกเครื่องใหม่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทีม โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นไปสู่ทีมชั้นนำของภาคใต้ให้ได้ จึงได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และได้ปรึกษาร่วมกับ นายระวิ โหลทอง ประธานสโมสร เมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด โดยทางสโมสรได้ส่ง อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ มาเป็นผู้ฝึกสอนและโค๊ชประจำทีม นอกจากนี้ยังได้ส่งนักเตะที่อยู่ในสังกัด มาให้ผู้ควบคุมทีมและผู้ฝึกสอน ได้พิสูจน์ฝีเท้า ก่อนที่จะคัดเลือกเอามาเป็นนักเตะในทีม พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนชื่อจาก ภูเก็ต เอฟซี  เป็น เอฟซี ภูเก็ต ก็เปลี่ยนฉายามาเป็น ''กิเลนทะเลใต้'' เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฤดูกาลปี 2010

 

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการนั้น คุณเอี่ยมบอกว่า มีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน เรื่องของการทำทีมฝึกสอน วางแผนผู้เล่น เทคนิคต่างๆ การหานักเตะ คัดตัวผู้เล่น จะเป็นหน้าที่ของสตาฟ์โค้ช มีอิสระอย่างเต็มที่ในการจัดการทีม สำหรับการส่งนักเตะของทีมเมืองทองฯ นั้น ทางผู้ฝึกสอนจะทำการทดสอบตัวผู้เล่น เราจะไม่รับหมดทุกคน ทั้งนี้เนื่องจากทางคณะผู้บริหารสโมสรนโยบายการทำทีม โดยจะเน้นในเรื่องของการส่งเสริมนักฟุตบอลท้องถิ่นและนักฟุตบอลในพื้นที่ภาคใต้เข้ามามีส่วนร่วมในการทดสอบฝีเท้า

 

ในส่วนของงบประมาณในการทำทีม ทางสโมสรได้รับการสนับสนุนงบประมาณมาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จำนวน 6 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสปอนเซอร์จากทางส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น ลีโอ เบียร์, แกรนด์สปอร์ต,ไอ โมบาย, ยามาฮ่า นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากห้างร้านในจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลกรุงเทพ ภูเก็ต, ไม้หมอน, ร้านกันเอง, ฮัลโหลทัวร์และกะตะกรุ๊ป รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

 

สำหรับขุมกำลังของทีม ในขณะนี้มี 26 คน ซึ่งนักเตะตัวหลักของทีมเอฟซี ภูเก็ต เป็นการรวมตัวของนักเตะจากหลายทีมที่ได้ย้ายมาอยู่กับเอฟซี ภูเก็ต โดยหลักๆ ของทีมก็จะมี เนเนบี้ อาลี และดิอาล่า สามนักเตะต่างชาติที่เป็นหัวใจหลักของทีม, ชาคริต ระวันประโคน, สารัช อยู่เย็น, อดิศักดิ์ ไกรษร จากเมืองทอง ยูไนเต็ด, สุภัทร อ้นทอง จากราชประชา, จักรกริช ธรรมเสน, ระพีพันธ์ พูลสวัสดิ์, นิธิโรจน์ โสขุมา รณชัย จินาเขต จากเชียงราย ยูไนเต็ด และที่สำคัญคือนักเตะท้องถิ่น ซึ่งทางทีมก็ให้ความสำคัญ ได้แก่ อนุรักษ์ เพ็ชรล้วน, ชัยเลิศ นารีเลิศ เจแปน แซ่อั๋ง, กิตตธัช ไกรทอง, สุธี ศักดิ์วงศ์,ณัฐพล ทับไทร

 

คุณเอี่ยมได้กล่าวทิ้งท้ายว่า นักฟุตบอลสโมสรเอฟซี ภูเก็ตทุกคนในทีมเล่นด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น จึงอยากฝากให้ชาวภูเก็ตเข้ามาชม มาเชียร์ ทีม เอฟซี ภูเก็ต ให้ก้าวขึ้นไปสู่ลีกดิวิชั่น 1 ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ การทำทีมเลื่อนชั้นภายในระยะเวลา 1 ปี อีกทั้งเอฟซี ภูเก็ต เป็นของทุกคนไม่ใช่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง เราจึงน่าจะมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์และการพัฒนาฟุตบอลของบ้านเราไปพร้อมๆ กัน

 

ทางด้านอ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ หรือ ขงเบ้งลูกหนัง ผู้ฝึกสอนเอฟซี ภูเก็ต ได้กล่าวว่า  หลังจากที่ได้ลาออกจากการทำทีมสโมสรโอสถสภา เอ็ม150 ก็ตั้งใจจะหยุดพัก เพราะคลุกคลีอยู่กับวงการฟุตบอลมากว่า 30 ปี ก็ได้รับการชักชวนจากคุณไพฑูร ชุติมากรกุล ที่ปรึกษาสโมสรเอฟซี ภูเก็ต ให้เข้ามาช่วยพัฒนาทีมฟุตบอลของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งก็คิดว่าจะเป็นการดีจะได้เปลี่ยนบรรยากาศ เพราะไม่เคยดูแลทีมในระดับภูมิภาค อีกทั้งยังคิดว่า น่าจะใช้ประโยชน์จากความรู้ ความสามารถที่สั่งสะสมมา ช่วยพัฒนาศักยภาพของทีมให้ก้าวขึ้นสู่ระดับประเทศได้

 อ.อาจหาญ ยังกล่าวอีกว่า จากการที่เข้าทำทีมเอฟซี ภูเก็ต ทำให้ทีมเปลี่ยนแปลงไปมากมีเกมส์รุกที่หลากหลาย เล่นเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งผลงานที่ผ่านมาจึงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่อย่างไรก็จะต้องมีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งหลักการทำงานจะเน้นให้นักฟุตบอลเล่นบอลที่ถูกต้อง มีความเข้าใจ มีพื้นฐาน มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถดึงศักยภาพของนักเตะออกมาให้ได้มากที่สุด การตัดสินใจ รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์ เน้นการใช้สมองและสติ ส่วนเป้าหมายของทีมในขณะนี้คือ ลุ้นการเป็นแชมป์ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ เพื่อจะได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันในรอบมินิลีก เพื่อหาตัวแทน 3 ทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ต่อไป